1. โปรตีน: ต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
โปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ภูมิคุ้มกัน และกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย ขณะเดียวกันการเผาผลาญโปรตีนก่อให้เกิดของเสียที่ต้องอาศัยไตในการกำจัด ในผู้ใหญ่ที่มี CKD ระยะ G3–G5 และยังไม่ได้ฟอกไต KDIGO 2024 เสนอปริมาณโปรตีนโดยทั่วไปประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนสูงมากกว่า 1.3 กรัม/กก./วันในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินโรค อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย น้ำหนักลด หรือผู้ที่ได้รับการฟอกไตอาจมีความต้องการโปรตีนแตกต่างออกไป การลดโปรตีนมากเกินไปโดยไม่มีการประเมินด้านโภชนาการอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ2. โซเดียม: ไม่ได้มาจากเกลือเพียงอย่างเดียว
การได้รับโซเดียมมากเกินไปอาจเพิ่มการคั่งของน้ำ ส่งผลให้เกิดอาการบวม เพิ่มความดันโลหิต และเพิ่มภาระต่อหัวใจและไต KDIGO แนะนำให้ผู้ป่วย CKD ส่วนใหญ่จำกัดโซเดียมให้ต่ำกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 5 กรัมต่อวัน แหล่งโซเดียมสำคัญไม่ได้มีเฉพาะเกลือที่เติมระหว่างปรุงอาหาร แต่ยังพบในน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น ของหมักดอง และอาหารสำเร็จรูป แนวทางที่ปฏิบัติได้จริงคือเลือกอาหารปรุงสด ลดการเติมหรือจิ้มเครื่องปรุง และใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติแทนความเค็ม3. โพแทสเซียม: ไม่จำเป็นต้องจำกัดในผู้ป่วยทุกราย
ผู้ป่วย CKD ไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงทุกคน หากระดับโพแทสเซียมในเลือดยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง อาจจำเป็นต้องปรับชนิดและปริมาณของผลไม้ น้ำผัก น้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว และผลิตภัณฑ์ที่เติม potassium chloride NIDDK เน้นว่าการจัดการโพแทสเซียมควรพิจารณาจากผลเลือดและคำแนะนำของทีมรักษา การจำกัดอาหารจำนวนมากโดยไม่มีข้อมูลผลตรวจรองรับอาจทำให้อาหารจำกัดเกินความจำเป็นและส่งผลต่อคุณภาพโภชนาการ4. ฟอสฟอรัส: ให้ความสำคัญกับสารเติมแต่งในอาหารแปรรูป
เมื่อการทำงานของไตลดลง ความสามารถในการขับฟอสฟอรัสอาจลดลง แหล่งที่ควรระวังคือ phosphate additives ในอาหารแปรรูป เช่น เนื้อแปรรูป เครื่องดื่มบางชนิด ชีสแปรรูป เบเกอรี และอาหารสำเร็จรูป ผู้บริโภคสามารถสังเกตคำในรายการส่วนประกอบที่มีคำว่า “phos” เช่น phosphoric acid หรือ sodium phosphate ฟอสฟอรัสจากสารเติมแต่งอาหารสามารถถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสตามธรรมชาติจากอาหารบางชนิด จึงควรให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากและลดอาหารแปรรูปตามความเหมาะสม5. ปริมาณน้ำ: ควรกำหนดตามภาวะของแต่ละคน
ผู้ป่วย CKD ที่ยังขับปัสสาวะได้ดีอาจไม่จำเป็นต้องจำกัดน้ำอย่างมาก ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะบวม หัวใจล้มเหลว ปัสสาวะออกน้อย หรืออยู่ระหว่างการฟอกไตอาจต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณน้ำเป็นรายบุคคล การดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อหวัง “ล้างไต” ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน เช่นเดียวกับการจำกัดน้ำโดยไม่มีข้อบ่งชี้คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องงดอาหารหลายชนิดหรือไม่?
“เป็นโรคไตแล้วต้องงดโน่นงดนี่ไปเสียหมด” เป็นความเข้าใจที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักได้รับหลังการวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นการงดอาหารเค็ม ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือจำกัดน้ำอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วการจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตควรพิจารณาจากระยะของโรค ผลตรวจเลือด โรคร่วม ยาที่ใช้ ภาวะโภชนาการ และรูปแบบการรักษา เช่น ระยะก่อนฟอกไตหรือระหว่างได้รับการบำบัดทดแทนไต แนวทางที่เหมาะสมจึงควรเป็นการปรับอาหารแบบเฉพาะบุคคล มากกว่าการใช้ข้อห้ามชุดเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคนผู้ป่วย CKD ระยะ G3–G5 ที่ยังไม่ได้ฟอกไตควรได้รับโปรตีนเท่าไร?
โปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ภูมิคุ้มกัน และกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย ขณะเดียวกันการเผาผลาญโปรตีนก่อให้เกิดของเสียที่ต้องอาศัยไตในการกำจัด ในผู้ใหญ่ที่มี CKD ระยะ G3–G5 และยังไม่ได้ฟอกไต KDIGO 2024 เสนอปริมาณโปรตีนโดยทั่วไปประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนสูงมากกว่า 1.3 กรัม/กก./วันในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินโรค อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย น้ำหนักลด หรือผู้ที่ได้รับการฟอกไตอาจมีความต้องการโปรตีนแตกต่างออกไป การลดโปรตีนมากเกินไปโดยไม่มีการประเมินด้านโภชนาการอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อผู้ป่วย CKD ควรจำกัดโซเดียมเท่าไร และโซเดียมพบในอาหารใดบ้าง?
การได้รับโซเดียมมากเกินไปอาจเพิ่มการคั่งของน้ำ ส่งผลให้เกิดอาการบวม เพิ่มความดันโลหิต และเพิ่มภาระต่อหัวใจและไต KDIGO แนะนำให้ผู้ป่วย CKD ส่วนใหญ่จำกัดโซเดียมให้ต่ำกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 5 กรัมต่อวัน แหล่งโซเดียมสำคัญไม่ได้มีเฉพาะเกลือที่เติมระหว่างปรุงอาหาร แต่ยังพบในน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น ของหมักดอง และอาหารสำเร็จรูป แนวทางที่ปฏิบัติได้จริงคือเลือกอาหารปรุงสด ลดการเติมหรือจิ้มเครื่องปรุง และใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติแทนความเค็มผู้ป่วย CKD ทุกคนจำเป็นต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือไม่?
ผู้ป่วย CKD ไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงทุกคน หากระดับโพแทสเซียมในเลือดยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง อาจจำเป็นต้องปรับชนิดและปริมาณของผลไม้ น้ำผัก น้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว และผลิตภัณฑ์ที่เติม potassium chloride NIDDK เน้นว่าการจัดการโพแทสเซียมควรพิจารณาจากผลเลือดและคำแนะนำของทีมรักษา การจำกัดอาหารจำนวนมากโดยไม่มีข้อมูลผลตรวจรองรับอาจทำให้อาหารจำกัดเกินความจำเป็นและส่งผลต่อคุณภาพโภชนาการผู้ป่วยโรคไตควรระวังฟอสฟอรัสจากแหล่งใด?
เมื่อการทำงานของไตลดลง ความสามารถในการขับฟอสฟอรัสอาจลดลง แหล่งที่ควรระวังคือ phosphate additives ในอาหารแปรรูป เช่น เนื้อแปรรูป เครื่องดื่มบางชนิด ชีสแปรรูป เบเกอรี และอาหารสำเร็จรูป ผู้บริโภคสามารถสังเกตคำในรายการส่วนประกอบที่มีคำว่า “phos” เช่น phosphoric acid หรือ sodium phosphate ฟอสฟอรัสจากสารเติมแต่งอาหารสามารถถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสตามธรรมชาติจากอาหารบางชนิด จึงควรให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากและลดอาหารแปรรูปตามความเหมาะสมผู้ป่วย CKD จำเป็นต้องจำกัดปริมาณน้ำหรือไม่?
ผู้ป่วย CKD ที่ยังขับปัสสาวะได้ดีอาจไม่จำเป็นต้องจำกัดน้ำอย่างมาก ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะบวม หัวใจล้มเหลว ปัสสาวะออกน้อย หรืออยู่ระหว่างการฟอกไตอาจต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณน้ำเป็นรายบุคคล การดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อหวัง “ล้างไต” ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน เช่นเดียวกับการจำกัดน้ำโดยไม่มีข้อบ่งชี้เอกสารอ้างอิง
- KDIGO. Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. 2024.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Healthy Eating for Adults with Chronic Kidney Disease.
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Slow Progression & Reduce Complications.
- Kidney International. Executive Summary of the KDIGO 2024 CKD Guideline.
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องงดอาหารหลายชนิดเหมือนกันทุกคนหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วการจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตควรพิจารณาจากระยะของโรค ผลตรวจเลือด โรคร่วม ยาที่ใช้ ภาวะโภชนาการ และรูปแบบการรักษา เช่น ระยะก่อนฟอกไตหรือระหว่างได้รับการบำบัดทดแทนไต แนวทางที่เหมาะสมจึงควรเป็นการปรับอาหารแบบเฉพาะบุคคล มากกว่าการใช้ข้อห้ามชุดเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคน
ผู้ป่วย CKD ระยะ G3–G5 ที่ยังไม่ได้ฟอกไตควรได้รับโปรตีนเท่าไร?
ในผู้ใหญ่ที่มี CKD ระยะ G3–G5 และยังไม่ได้ฟอกไต KDIGO 2024 เสนอปริมาณโปรตีนโดยทั่วไปประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนสูงมากกว่า 1.3 กรัม/กก./วันในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินโรค อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อย น้ำหนักลด หรือผู้ที่ได้รับการฟอกไตอาจมีความต้องการโปรตีนแตกต่างออกไป การลดโปรตีนมากเกินไปโดยไม่มีการประเมินด้านโภชนาการอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
ผู้ป่วย CKD ควรจำกัดโซเดียมเท่าไร?
KDIGO แนะนำให้ผู้ป่วย CKD ส่วนใหญ่จำกัดโซเดียมให้ต่ำกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 5 กรัมต่อวัน แหล่งโซเดียมสำคัญไม่ได้มีเฉพาะเกลือที่เติมระหว่างปรุงอาหาร แต่ยังพบในน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น ของหมักดอง และอาหารสำเร็จรูป แนวทางที่ปฏิบัติได้จริงคือเลือกอาหารปรุงสด ลดการเติมหรือจิ้มเครื่องปรุง และใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติแทนความเค็ม
ผู้ป่วยโรคไตควรระวังฟอสฟอรัสจากแหล่งใด?
เมื่อการทำงานของไตลดลง ความสามารถในการขับฟอสฟอรัสอาจลดลง แหล่งที่ควรระวังคือ phosphate additives ในอาหารแปรรูป เช่น เนื้อแปรรูป เครื่องดื่มบางชนิด ชีสแปรรูป เบเกอรี และอาหารสำเร็จรูป ผู้บริโภคสามารถสังเกตคำในรายการส่วนประกอบที่มีคำว่า “phos” เช่น phosphoric acid หรือ sodium phosphate ฟอสฟอรัสจากสารเติมแต่งอาหารสามารถถูกดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสตามธรรมชาติจากอาหารบางชนิด จึงควรให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากและลดอาหารแปรรูปตามความเหมาะสม
ผู้ป่วย CKD จำเป็นต้องจำกัดปริมาณน้ำหรือไม่?
ผู้ป่วย CKD ที่ยังขับปัสสาวะได้ดีอาจไม่จำเป็นต้องจำกัดน้ำอย่างมาก ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะบวม หัวใจล้มเหลว ปัสสาวะออกน้อย หรืออยู่ระหว่างการฟอกไตอาจต้องได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณน้ำเป็นรายบุคคล การดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อหวัง “ล้างไต” ไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน เช่นเดียวกับการจำกัดน้ำโดยไม่มีข้อบ่งชี้

